Archive for October, 2011

หลักคิดในการออกแบบจัดสวน ด้วยตัวเอง

หลักคิดในการออกแบบจัดสวน ด้วยตัวเอง
การจัดสวน ไม่ใช่เรื่องยากเกินกำลัง สำหรับคนไทยทั่วไป ที่ส่วนใหญ่มีพื้นฐานมาจากเกษตรกรรม คนไทยอยู่กับสวน ไร่ นา มาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ การปลูกต้นไม้ จึงเป็นเรื่องปกติธรรมดา สำหรับคนไทย 

ส่วนการจัดสวนนั้น ก็ต้องเอาจินตนาการด้านศิลป ความสวยงาม เข้ามาร่วม ซึ่งคนไทยทั่วไป ก็มีวัฒนธรรม ประเพณี ที่สวยงาม ประจำชาติอยู่แล้ว ทุกอย่างมันซึมซับ อยู่ในหัว อยู่ในจิตวิญญาณ ของเรา

ทีนี้ การจัดสวน แค่เรารู้เทคนิควิธีการ หรือหลักการเบื้องต้น เราก็สามารถ นำไปทำได้เอง จากพื้นฐานที่เรามีอยู่ในตัวนั่นเอง เทคนิคต่างๆก็ไม่ยากอะไร  ตอนก่อนๆนี้ ผมก็ได้ให้ความรู้ เป็นพื้นฐานไปหลายตอนแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของต้นไม้ ไม้ประดับ และการจัดสวนแบบต่างๆ ซึ่งคิดว่า น่าจะเป็นพื้นฐานการจัดสวนได้พอสมควรแล้ว ก็เลยมาให้แนวคิด วิธีการจัดสวน แบบง่ายๆกัน ส่วนเรื่องราว และรายละเอียด ในการจัดสวน อย่างอื่น ก็จะทะยอยเขียนลงมาเรื่อยๆ สลับกันไปนะครับ 


เรามาดูเรื่องการจัดสวนกันเลยดีกว่า ว่าหลักการและแนวคิด มีอะไรกันบ้าง

1. สิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิต 

สวนไม่ได้ประกอบด้วยต้นไม้เพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีส่วนประกอบอื่นๆร่วมด้วย เป็นสิ่งของที่ทั้งประดับอย่างเดียว หรือใช้งานได้ด้วย ดังนั้น การจัดสวน ต้องพิจารณาส่วนประกอบของสิ่งที่มีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิต  ให้มาจัดรวมกันได้อย่างลงตัว  กลมกลืนกัน  สิ่งมีชีวิต ได้แก่ ต้นไม้ ดอกไม้ พันธุ์พืช หรือแม้กระทั่งรวมไปถึงสัตว์เลี้ยงต่างๆ เช่นเลี้ยงนก ก็ต้องมีกรงนก อยู่คู่กัน (แต่ผมไม่ส่งเสริมให้เลี้ยงนกครับ ไปกักขังเขา ผมจะเชียร์ให้เลี้ยงนกแบบธรรมชาติ ไม่ต้องขัง ให้มันมีอิสระของมัน เราหาต้นไม้ที่มีลูก มีผลเป็นอาหารของนกมาปลูก นกต่างๆมันก็จะมาให้เราดูเอง หรือถ้าเราสร้างรังให้มันได้ มันก็จะอยู่ในสวนของเรานี่แหละ ไม่บินไปไหนไกล บางบ้านเขาเลี้ยงกระรอกจนเชื่อง ต่อมาก็ปล่อยมัน มันก็ไม่ไปไหนไกล เวลามีผลไม้มาให้ มันก็วิ่งลงมากินกับมือ) ส่วนสิ่งไม่มีชีวิตได้แก่ เก้าอี้นั่ง ร่มสนาม ซุ้มต้นไม้ ศาลา ทางเดิน เครื่องปั้นดินเผา และรูปปั้นต่างๆ 
เป็นต้น

 
ทั้งสองประเภทนี้ เราต้องเลือกมาใช้ให้เหมาะสมกลมกลืนกัน มันถึงจะสวยงาม แต่ใครมีมีหัวศิลป์ มากน้อยแค่ไหน คงจะไม่เหมือนกัน แต่สวนที่ได้ ก็มีความภาคภูมิใจของผู้ทำอยู่ด้วยเสมอ

2. ออกแบบพื้นที่สวนให้ใช้สอยได้หลากหลาย

การจัดสวน นอกจากความสวยงาม สิ่งที่สำคัญอีกอย่าง คือประโยชน์ใช้สอย ที่เราจะผสมลงไปในพื้นที่ของสวน ทำให้เราได้รับประโยชน์จากมันได้เต็มที่ ไม่ใช่มีไว้ดูเป็นอาหารตาเพียงอย่างเดียว การจัดสวนให้มีพื้นที่สนามหญ้าโล่งๆบ้าง ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี เพราะสนามหญ้าโล่งๆ สามารถนำมาดัดแปลงใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย เช่น เป็นสถานที่ออกกำลังกาย เดินเล่น จัดงานเลี้ยง เป็นต้น 
ถ้าพื้นที่เล็กๆ ก็ควรมีที่นั่งเล่น เป็นชุดโต๊ะ เก้าอี้ หรือศาลานั่งเล่น จะเย็นสบาย ได้สัมผัสธรรมชาติ มากกว่าการนอนเล่นดูทีวี อยู๋ในห้องนั่งเล่นเพียงอย่างเดียว หรือถ้าพื้นที่ใหญ่มากๆ ก็น่าทำทางจ๊อกกิ้งรอบๆบ้านไปเลย สะดวกปลอดภัยด้วยประการทั้งปวง
3. ดูแลสวนให้ดูสวยงาม และใช้งานได้ตลอดทั้งปี 

เนื่องจากส่วนที่เป็นสิ่งมีชีวิตของสวน จะมีการเปลี่ยนแปลงไปได้บ้างตามธรรมชาติ สวนบางส่วนอาจสวยงามบางฤดูเท่านั้น  เพราะปลูกต้นไม้ที่ให้ดอกที่สวยงามในบางฤดู  หรือสวนที่มีสระน้ำ อาจมีน้ำแห้งในฤดูแล้งได้  ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ควรจะเกิดขึ้น 
สวน ถ้าไม่ดูแล ต้นไม้มันก็จะโทรมบ้าง ตายบ้าง ไม่เข้ารูป เข้ารอย 




ถ้าต้องการให้สวนสวยงามและใช้งานได้ตลอดทั้งปี เราจึงต้องหมั่นดูแลอยู่เสมอ คอยสังเกตุความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ถ้าจะพูดให้ชัดๆ ก็ต้องบอกว่าต้องใช้ “ใจ” ในการดูแล หรือบางคน ก็จะพูดว่า “สวนจะสวยด้วยเงาของเจ้าของ”  คือเราต้องดูแลอย่างสม่ำเสมอนั่นเอง (อย่างผมนี่ เพิ่งจัดสวน ปลูกหญ้าไปหยกๆ เผลอหน่อยเดียวหญ้าตาย เพราะขาดน้ำ เนื่องจากหมดฝนพอดี ก่อนหน้านี้ อาศัยน้ำจากฟ้ามากกว่า)  การดูแลสวน จึงต้องให้ทั่วถึงราวกับว่าเป็นห้องๆหนึ่งในบ้านคุณ เลยทีเดียว 




4. ออกแบบสวนให้ง่าย 

สวนที่ดีควรจะต้องออกแบบให้ง่าย สะดวกแก่การเปลี่ยนแปลง ใช้งานง่าย รวมไปถึงง่ายแก่การดูแลด้วย ง่ายอย่างแรกคือจัดง่าย ปลูกง่าย อย่าเลือกต้นไม้ที่ต้องการดูแลเป็นพิเศษ ถ้าคุณไม่มีเวลามากพอ เช่นพวกไม้ดัด บอนไซ ต้องคอยดูแล ตัดแต่ง ควบคุมน้ำ   

การใช้ไม้ประดับและพันธุ์ ที่หลากหลาย ดูสวยประทับใจ แต่ถ้าดูแลเอง ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ
การตัดแต่งรูปทรง ก็ใช้เวลาการการบำรุงรักษามากๆ ทีเดียว
ไม่เพียงต้นไม้ สื่งที่ไม่มีชีวิต ก็ต้องการดูแลด้วยเช่นกัน
การเลือกต้นไม้ที่ทนทาน เพียง 2-3 ชนิด แต่ต่างรูปทรง ก็ทำสวนให้สวยได้ 


ง่ายต่อการดูแล เช่นหรือการจัดสวนหิน กับไม้ทะเลทรายก็ไม่ต้องดูแลมาก แต่อย่าใช้ร่วมกับไม้ที่เปลี่ยนแปลงเร็ว เช่นไผ่ที่ใบร่วง ก็จะเก็บกวาด ทำความสะอาดลำบาก   หรือการทำกรวดทางเดิน แบบญี่ปุ่น ก็ต้องเลือกกรวดสีเข้ม ถ้าเป็นกรวดสีขาว มันสวยแต่แรกๆ ไม่ทันไรก็ดำ แล้วเราจะมีเวลาไปนั่งขัดหรือ 





5. อย่าฝืนธรรมชาติ 

ส่วนที่เป็นสิ่งมีชีวิต ต้องมีความรู้พอสมควร ในเรื่องคุณสมบัติ หรือนิสัยของต้นไม้มัน ว่ามันชอบอะไร อยู่อย่างไร อยู่ร่มหรืออยู่แดด ชอบน้ำมากหรือชอบน้ำน้อย การจัดปลูก จึงต้องเลือกพื้นที่ หรือบริเวณที่เหมาะสมกับเขา เขาจะได้ไม่แปรเปลี่ยนเป็นอื่น เพราะถึงพืชจะสามารถปรับตัวตามสภาพแวดล้อมได้ก็จริง แต่การเปลี่ยนแปลงของเขา หมายถึงการเสียสภาพของสวนที่สวยงามของเราไป หรือถ้าเขาอยู่ไม่ได้จริงๆ เขาก็จะแห้งเหี่ยวตายไป 




6. ไม่ควรจัดสวนตามกระแสแฟชั่นจนเกินไป 

การเลือกตกแต่งสวนตามกระแสแฟชั่น จะทำให้ต้องจัดสวนใหม่ อยู่เรื่อยๆ หลายๆครั้ง  เพราะกระแสแฟชั่นจะเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ดังนั้นควรเลือกตกแต่งสวน โดยเน้นการใช้งาน และดูความสวยงามในระยะยาวเป็นหลัก
 
หลักการนี้ ก็ใช้เช่นเดียวกับการจัดบ้าน ที่อยู่อาศัย เพราะจะไม่สิ้นเปลือง และเสียเวลา บ้านไม่เหมือนกับสถานที่ทำธุรกิจ ที่เขาต้องลงทุน ปรับปรุง เปลี่ยนแปลงสถานที่ประกอบการของเขาอยู่เรื่อยๆ เพื่อหลีกหนีความซ้ำซาก จำเจ ให้นำหน้าคู่แข่ง และดึงดูดลูกค้ามาใช้บริการ เขามีกำไร ก็มาปรับปรุงได้ แต่บ้านของเรา จะทำที ก็ทั้งสิ้นเปลือง ทั้งเหนื่อย


เรื่องเหล่านี้ เป็นเรื่องหลัก ที่เราควรนำมาใช้ประกอบการจัดสวน ไม่ว่าเราจะจัดสวนในรูปแบบใด สไตล์ไหน ก็นำมาประยุกต์ใช้ร่วมได้ แม้ว่าอาจจะฟังดูกว้าง หรือครอบคลุมไปหน่อย แต่ก็พอใช้งานได้ ในแบบที่เราจัดของเราเอง ไม่ได้ไปจัดสวนเป็นอาชีพ ส่วนในรายละเอียดปลีกย่อยต่างๆ จะทะยอยมานำเสนอเรื่อยๆ ต่อไปครับ

เหยี่ยว แฮริส นกนักล่า หนึ่งเดียวที่ออกล่าเป็นฝูง (Harris’s Hawk)

นกนักล่า ที่ ทำงานเป็นทีม 

โดยธรรมชาติ ของ นกนักล่า(Raptors bird or Bird of Pray) พวกมันจะออกล่าลำพังตัวเดียว แต่ มีนกนักล่าอยู่ชนิดหนึ่งที่ออกล่าเป็นทีม

รายละเอียด


  • มีเพียง เหยี่ยวแฮริส เท่านั้นที่ออกล่ากันเป็นทีม โดยในทีมจะมีสมาชิกตั้งแต่ 2 ถึง 6 ตัว
  • เหยี่ยวแฮริส มีถิ่นกำเนิดในทางตะวันตกเฉียงใต้ของอเมิกา ทางตอนใต้ของชิลี และตอนกลางของอาเจนติน่า มีรายงานว่าพบเหยี่ยวแฮริส จำนวนมากทางตะวันตกของยุโรปโดยเฉพาะในอังกฤษ โดยเหยี่ยวที่พบในยุโรปเป็นผลมาจาก เหยี่ยวที่ถูกนำมาเลี้ยงเพื่อใช้ล่าสัตว์ ที่หลุดออกไปในธรรมชาติ
  • เหยี่ยวแฮริส เป็นสายพันธุ์ยอดนิยม ในการนำมาเลี้ยง และฝึกเป็น เหยี่ยวสำหรับล่าสัตว์
  • เหยี่ยวแฮริส เป็น นกขนาดกลาง โดยตัวเมียจะมีขนาดใหญ่กว่าตัวผู้ประมาณ 40% โดยมีความยาว 46-76 เซ็นติเมตร ความกว้างปีก 1.1 เมตร มีน้ำหนัก 0.71 กิโลกรัมตัวผู้(1.02 กิโลกรัมตัวเมีย)
  • มีลำตัวมีขนสีน้ำตาลเข้ม ส่วนบริเวณหัวไหล่ และโคนขามีสีขนแบบลูกเกาลัด(Shestnut) ส่วนบริเวณด้านในปีก และปลายปีกมีขนสีขาว โดยมีขาและจงอยปากสีเหลือง
  • พวกมันกิน นก กิ้งก่า สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และแมลงขนาดใหญ่เป็นอาหาร แต่เนื่องจากพวกมันออกล่าเป็นฝูงทำให้สามารถล่าสัตว์ขนาดใหญ่ อย่างกระต่าย Jackrabbit เป็นอาหารได้ด้วย
  • ในเมืองไทยได้มีการนำเข้าเหยี่ยวแฮริส เพื่อมารับจ้างไล่นกพิราบ (อย่างในสนามบินการมีนกมาอาศัยเป็นจำนวนมากนั้นเป็นอันตรายที่จะทำให้เครื่องบินประสบอุบัติเหตุ จึงต้องมีการกำจัดนกพวกนี้ออก)