Archive for the ‘ความรู้ทั่วไป’ Category
ท้องผูก-ยกของหนักบ่อย ระวัง!! “ไส้เลื่อน”
ไส้เลื่อนเกิดขึ้นได้เมื่อลำไส้ยื่นออกมานอกช่องท้อง ทางตำแหน่งที่ผนังของหน้าท้องอ่อนแอ บางรายทำให้มีการเจ็บ หรือเห็นเป็นก้อนยื่นออกมา โดยเฉพาะเวลาไอ ยืน หรือยกของหนัก

ไส้เลื่อนพบได้หลายตำแหน่ง
ที่หัวหน่าว inguinal hernia พบบ่อยที่สุดคือ ประมาณ 75 %
ที่สะดือ พบได้ 10-30%หากเป็นในเด็กอาจหายเองได้ก่อนอายุ 2ปี ถ้าไม่หายต้องผ่าตัด และหากเป็นผู้ใหญ่มักพบในหญิงตั้งครรภ์ หรือหลังคลอด
ที่โคนขา femoral hernia ซึ่งเป็นชนิดที่มักพบในผู้หญิง
นอกจากนั้นยังมีตำแหน่งอื่นๆ ที่อาจเป็นได้ แต่พบได้น้อย
อาการของไส้เลื่อน
ส่วนใหญ่แล้วจะไม่มีอาการ แต่ที่พบได้คือ
- มีก้อนนูนขึ้นมาที่ขาหนีบข้างใดข้างหนึ่ง
- มีอาการจุก แสบร้อน ปวด บริเวณที่นูน
- เวลามีอาการไอ ยกของหนัก จะปวดจุกที่ท้องน้อยหรือขาหนีบ
- ในผู้ชายบางครั้งไส้เลื่อนจะลงไปถึงถุงอัณฑะทำให้เป็นก้อนขนาดใหญ่ในถุงอัณฑะข้างหนึ่ง
ถ้าหากว่ามีอาการปวด หรือพบก้อนบริเวณหัวหน่าว หรือโคนขา ควรพบแพทย์เพื่อทำการตรวจ โรคนี้สามารถให้การวินิจฉัยได้จากการตรวจร่างกาย โดยไม่จำเป็นต้องทำการตรวจพิเศษใดๆ
โดยในการตรวจร่างกายแพทย์จะตรวจคลำพบตำแหน่งที่มีไส้เลื่อน และสามารถคลำหาจุดที่ผนังหน้าท้องอ่อนแอจนไส้เลื่อนดันออกมา บางครั้งแพทย์อาจจะให้ยืน หรือให้ออกแรงเบ่ง เพื่อจะได้ตำแหน่งที่ชัดเจนขึ้น
โดยปกติแล้วไส้เลื่อนจะไม่อันตราย แต่หากว่าไส้เลื่อนออกภายนอก แล้วไม่สามารถดันกลับเข้าไปได้ อาจจะทำให้เกิดการขาดเลือดทำให้มีอาการปวดท้อง คลื่นไส้อาเจียน ไข้ขึ้น ปวดรุนแรง ซึ่งถือเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องการการผ่าตัดโดยด่วน
สาเหตุของการเกิดไส้เลื่อน
- ความดันในช่องท้องเพิ่มขึ้นผิดปกติ
- มีตำแหน่งที่ผนังหน้าท้องอ่อนแอกว่าปกติ
- ท้องผูก
- ยกของหนักเป็นประจำ
- ภาวะที่มีน้ำในช่องท้อง
- ตั้งครรภ์
- น้ำหนักตัวมากกว่าปกติ
- ไอเรื้อรัง จามเรื้อรัง
บางคนจะมี ตำแหน่งที่ผนังหน้าท้องไม่แข็งแรงตั้งแต่กำเนิด เนื่องจากมีจุดที่ผนังหน้าท้องปิดไม่สนิท ตั้งแต่เล็กๆ และทำให้เกิดไส้เลื่อนตามมา เมื่ออายุมากขึ้น กล้ามเนื้ออ่อนแอลง หรือออกกำลังกายหนักไป ไอเรื้อรัง ในผู้ชาย เนื่องจากมีตำแหน่งที่ท่ออสุจิออกจากช่องท้องลงไปถึงอัณฑะ จึงเป็นช่องทางที่ทำให้เกิดไส้เลื่อนที่ตำแหน่งนี้ได้ง่าย
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดไส้เลื่อน
- เพศชาย
- มีประวัติในครอบครัว
- ไอเรื้อรัง
- ท้องผูกเรื้อรัง
- อ้วน
- ตั้งครรภ์
- งานบางอย่างที่ต้องยืนมาก ยกของหนักมาก
- ทารกที่คลอดก่อนกำหนด
ภาวะแทรกซ้อนจากไส้เลื่อน
- แรงกดทับบนเนื้อเยื่อรอบๆ ไส้เลื่อนขนาดใหญ่ อาจะทำให้มีอาการบวมอักเสบของเนื้อเยื่อรอบๆ ได้ ยิ่งในผู้ชายที่มีไส้เลื่อนลงไปในถุงอัณฑะ จะยิ่งมีอาการปวดบวมได้
- ลำไส้ส่วนที่ออกมาอุดตัน บางครั้งผนังหน้าท้องส่วนที่ไส้เลื่อนออกมา ไปบีบรัดหรือกดทับลำไส้ ทำให้เกิดลำไส้อุดตัน จะมีอาการคลื่นไส้อาเจียน ปวดท้องรุนแรงได้ ถือว่าเป็นภาวะทีต้องผ่าตัดด่วน
- ลำไส้ขาดเลือด ถ้าเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงลำไส้ส่วนที่ออกมาถูกกดทับ จะทำให้เกิดการขาดเลือด และเนื้อเยื่อลำไส้ส่วนนั้นตายได้ ภาวะนี้ก็ต้องรับการผ่าตัดด่วนเช่นกัน
การรักษา
ถ้าไส้เลื่อนมีขนาดเล็ก และไม่มีอาการใดๆ รบกวน ก็สามารถสังเกตอาการและติดตามไปก่อนได้ แต่ถ้ามีขนาดใหญ่ขึ้นหรือมีอาการปวดเจ็บ ควรจะรับการรักษาโดยการผ่าตัด
การผ่าตัด โดยหลักการก็คือการเข้าไปดันไส้เลื่อนให้กลับเข้าไปในช่องท้อง และสร้างความแข็งแรงให้กับผนังหน้าท้อง โดยการเย็บเพิ่มความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อ และอาจจะให้วัสดุสังเคราะห์ เย็บปิดไปบนตำแหน่งนั้นเพิ่มอีกขึ้น โดยใช้เวลาประมาณ 4-6 สัปดาห์ก่อนจะกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างเต็มที่
แต่หากเป็นการผ่าตัดรักษาด้วยการส่องกล้องจะใช้เวลาพักฟื้นสั้นกว่า และแผลที่หน้าท้องก็จะเล็กกว่ามาก ทำให้ทดแทนการผ่าตัดแบบเดิมไป
การป้องกันไส้เลื่อน
- ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
- ทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูง เพื่อป้องกันท้องผูก
- เลี่ยงการยกของหนัก หรือยกด้วยท่าที่ถูกต้อง
- หยุดสูบบุหรี่
- การใส่อุปกรณ์หรือ support เพื่อช่วยเรื่องไส้เลื่อน อาจไม่ได้ผล ควรปรึกษาแพทย์ หรือใช้ระยะสั้นก่อนผ่าตัดเท่านั้น
ไขข้อข้องใจกับ…ยาคุมกำเนิด

หลากหลายคำถาม ไขข้อข้องใจกับปัญหายาคุมกำเนิด ที่บางคนก็อาจจะยังไม่รู้
- ยาคุมกำเนิดช่วยเรื่องสิวได้หรือเปล่า
ใช่ ยาคุมกำเนิดช่วยให้อาการสิวดีขึ้นในผู้หญิง ส่วนใหญ่แล้วยาคุมจะถูกนำมาใช้ในคนที่เป็นสิวในกรณีที่ยาอื่นใช้ไม่ได้ผล
- จากผลการสำรวจ 61% เชื่อว่ายาคุมกำเนิดทำให้น้ำหนักเพิ่ม
ความจริงคือไม่ใช่ยาคุมกำเนิดทุกตัวจะทำให้น้ำหนักเพิ่ม และมีความเป็นไปได้ทั้งน้ำหนักเพิ่มหรือลดในคนที่กินยาคุมกำเนิด เพราะฉะนั้นควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรถ้าเรากังวลเรื่องนี้
- ครึ่งหนึ่งของผลสำรวจพบว่าคนจะเข้าใจว่าไม่ควรกินยาคุมกำเนิดต่อเนื่องนานๆ ควรจะพักการกินบ้าง
ผลที่ได้จากการวิจัยคือคนที่กินยาคุมกำเนิดไม่จำเป็นต้องพักการกินยาคุม ผู้ให้คำปรึกษาด้านสุขภาพสามารถจ่ายยาคุมให้กับผู้หญิงที่แข็งแรง ไม่สูบบุหรี่ ได้เกินอายุ 40 ปี แต่เราต้องกินไปนานขนาดไหนต้องปรึกษากับผู้ให้คำปรึกษาด้านสุขภาพที่เป็นคนจ่ายให้ (เป็นอาชีพหนึ่งที่เมืองนอกแต่บ้านเราไม่มี)
- 21% จากการสำรวจพบว่าคนเข้าใจว่ายาคุมกำเนิดทำให้เป็นหมัน
ยังไม่พบหลักฐานทางการแพทย์ใดๆที่บอกว่ายาคุมทำให้เป็นหมัน
- ยาคุมช่วยเพิ่มโอกาสในการเป็นโรคมะเร็งเต้านมหรือเปล่า
พบบางการศึกษาที่บอกว่ายาคุมเพิ่มโอกาสการเป็นมะเร็งเต้านมอยู่เหมือนกัน แต่การวิจัยที่วิจัยเรื่องนี้เป็นหลักก็ยังไม่พบความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งเต้านมที่เพิ่มขึ้น คุณควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับยาคุมที่คุณกินถ้าคุณกังวลเรื่องนี้
- ถ้าเราไม่กินยาคุมในเวลาเดียวกันทุกวันได้มั้ย
ยาคุมที่เป็นแบบมีฮอร์โมน 2 ตัวคือเอสโตรเจน (estrogen) และโปรเจสติน (progestin) จะมีประสิทธิภาพเกิน 99% ถ้าเรากินตรงเวลาทุกวัน และให้เราจำไว้เลยว่าถ้าเรากินยาคุมไม่ต่อเนื่องหรือลืมกินยาคุมจะเพิ่มการเกิดผลข้างเคียงเช่นเลือดออกระหว่างการกินยา
- ก่อนที่เราจะตั้งท้อง เราจำเป็นต้องหยุดยาก่อนหลายเดือนเพื่อให้ยาคุมออกจากร่างกายไปให้หมดก่อนใช่ไหม
คุณสามารถเริ่มตั้งครรภ์ได้ทันที่หลังจากคุณหยุดยาคุม แต่ควรที่จะปรึกษากับแพทย์เพื่อให้ทารกในครรภ์สมบูรณ์
- ทำยังไงถ้าเราลืมกินยาคุม
ให้คุณรีบกินยาทันทีที่คุณจำได้ ถ้าคุณลืมจนข้ามวันไปแล้ว ให้กินยาคุม 2 เม็ดในวันที่จำได้ ถ้าคุณลืมกินยา 2 วัน ให้คุณกินยาคุม 2 เม็ดในวันที่จำได้และอีก 2 เม็ดในวันถัดไป หลังจากนั้นก็กินตามปกติ ถ้าคุณลืมกินเกิน 2 วันให้ปรึกษาแพทย์ คุณอาจต้องกินยาคุมวันละเม็ดจนถึงวันอาทิตย์ แล้วจึงเริ่มแผงใหม่ หรือไม่ก็เลิกแผงนั้นไปเลย แล้วเริ่มแผงใหม่ในวันเดียวกันกับแผงเดิม
เมื่อไหร่ที่ลืมกินยาคุมฯ ควรต้องใช้วิธีการคุมกำเนิดด้วยวิธีอื่นร่วมกับการกินยาคุมแผงเดิมไปจนหมด เพราะการลืมกินยาคุมเพียงเม็ดเดียวก็จะเพิ่มโอกาสในการผลิตไข่ออกจากรังไข่ อย่างไรก็ดีหากลืมกินยาคุมฯในสัปดาห์สุดท้ายของยาคุมแผง 28 เม็ด ก็ไม่ทำให้เสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ เพราะ 7 เม็ดสุดท้ายนั้นเป็นยาที่ไม่ออกฤทธิ์ในการคุมกำเนิดอยู่แล้ว หากว่าลืมวันที่มีประจำเดือนและลืมกินยาคุมในช่วง 21 เม็ดแรก ให้ตรวจการตั้งครรภ์ หากประจำเดือนไม่มาติดกัน 2 เดือนแม้ว่าจะกินยาคุมตามปกติ ก็ให้ตรวจการตั้งครรภ์ด้วย
การกินยาคุมเม็ดที่มีฮอร์โมน progestin นั้นจำเป็นต้องกินให้ตรงเวลาในทุกวัน หากว่าเลยเวลาที่กินประจำมากกว่า 3 ชั่วโมงก็ให้รีบกินทันทีที่นึกได้ ร่วมกับการคุมกำเนิดด้วยวิธีอื่น (เช่นการใช้ถุงยางอนามัย) ในช่วง 48 ชั่วโมงหลังจากนั้น
- ยาคุมมีผลข้างเคียงหรือไม่
ใช่ ยาคุมมีผลข้างเคียง แม้ว่ามันจะไม่มาก เช่น คลื่นไส้, น้ำหนักเพิ่ม, เจ็บนม, หน้าอกขยาย, มีเลือดออกระหว่างที่กินยาคุม, ประจำเดือนมาน้อย, อารมน์เปลี่ยน
ผลข้างเคียงที่จะพูดถึงนี้อาจไม่เกิดขึ้นบ่อย แต่เป็นผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย ถ้าเกิดกับเราให้รีบปรึกษาแพทย์ทันทีเพราะอาการที่เกิดขึ้นอาจมาจากที่เราเป็นโรคร้ายแรงอยู่เช่น โรคตับ, เส้นเลือดตีบ, เกิดลิ่มเลือด, ความดันสูง หรือโรคหัวใจ
อาการที่ว่าคือ ปวดท้อง, เจ็บหน้าอก, ปวดหัวรุนแรง, มีปัญหาทางสายตา (มองแล้วเบลอ), ปวด บวมที่ขาและเข่า
- ผู้หญิงทุกคนสามารถกินยาคุมใช่ไหม
ผู้หญิงส่วนใหญ่สามารถกินยาคุมอย่างปลอดภัย แต่ไม่แนะนำถ้าอายุคุณเกิน 35 ปีและเป็นคนสูบบุหรี่ ถ้าคุณไม่ได้เป็นคนสูบบุหรี่ คุณสามารถกินยาคุมไปได้จนถึงช่วงวัยหมดประจำเดือนได้เลย หรือไม่ควรรับประทานยาคุมถ้า
- คุณมีลิ่มเลือดที่แขน ขา และปอด
- เป็นโรคหัวใจหรือโรคตับ
- เป็นมะเร็งเต้านมหรือมะเร็งมดลูก
ถ้าคุณไม่แน่ใจหรือมีญาติที่เป็นโรคดังกล่าวให้ปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานยา